วันจันทร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2555

เที่ยวงาน “เทศกาลกินปลาทู และของดีเมืองแม่กลอง”

 เที่ยวงาน “เทศกาลกินปลาทู และของดีเมืองแม่กลอง”



    ททท. สำนักงานสมุทรสงคราม หน่วยงานภาครัฐและเอกชนในจังหวัดสมุทรสงคราม ร่วมกันจัดงาน “เทศกาลกินปลาทู และของดีเมืองแม่กลอง จะมีจัดขึ้นในช่วงเดือนธันวาคมของทุกปี ณ บริเวณรอบศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม และในบริเวณสวนสุขภาพเฉลิมพระเกียรติเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม โดยมีชื่อตอนว่า “กิน อยู่ พอเพียง” ภายในงานพบกับกิจกรรมมากมาย อาทิ การจำหน่ายเมนูอาหารที่ทำจากปลาทู นิทรรศการปลาทูและชมปลาทูตัวเป็นๆ ชมโป๊ะปลาทูจำลอง
      อังคณา พุ่มผกา ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสมุทรสงคราม(สมุทรสงคราม นครปฐม สมุทรสาคร) เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคมของทุกปีจะเป็นช่วงที่ปลาทูเดินทางมาหากินในบริเวณปากอ่าวไทยที่มีอาหารอุดมสมบูรณ์ จึงเป็นช่วงที่ปลาทูเติบโตเต็มที่หรือที่เรียกกันว่า “ปลาทูสาว” ซึ่งอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์มากมาย และยังมีรสชาติอร่อย จนทำให้ “ปลาทูแม่กลอง” หรือปลาทูหน้างอคอหัก มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันไปทั่ว จังหวัดสมุทรสงคราม จึงร่วมกับหอการค้าจังหวัดสมุทรสงคราม องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสงคราม , สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ เทศบาลเมืองสมุทรสงคราม ททท. สำนักงานสมุทรสงคราม หน่วยงานภาครัฐและเอกชนในจังหวัดสมุทรสงคราม ร่วมมือกันจัดงาน “เทศกาลกินปลาทู และของดีเมืองแม่กลอง จะจัดขึ้น ณ บริเวณรอบศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม และในบริเวณสวนสุขภาพเฉลิมพระเกียรติเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม โดยมีชื่อตอนว่า “กิน อยู่ พอเพียง”


                                 ปลาทูสดทอด


       ทั้งนี้ภายในงานมีการจำหน่ายเมนูอาหารที่ทำจากปลาทูอย่างหลากหลาย รับรองคุณภาพและความอร่อยโดยร้านอาหารชื่อดังในจังหวัดสมุทรสงคราม โดย ททท. สำนักงานสมุทรสงคราม ได้จัดทำคู่มือท่องเที่ยว “เส้นทางสายปลาทูแม่กลอง” เผยแพร่ให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมงาน เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับวงจรชีวิตของปลาทูอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น

    และยังจัดให้มี ลานวิถีชุมชนคนแม่กลอง ที่นำเสนอสิ่งดีๆ อันทรงคุณค่าของชาวแม่กลองแก่สายตานักท่องเที่ยว ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ประกอบด้วย “ลานชุมชนคนประมง” นักท่องเที่ยวจะได้ชมโป๊ะปลาทูจำลอง นิทรรศการปลาทูและปลาทูตัวเป็นๆ “ลานเสน่ห์แม่กลอง” นำเสนอแหล่งท่องเที่ยวย่านสถานีรถไฟและตลาดแม่กลองในบรรยากาศย้อนอดีต และร่วมถ่ายรูปกับขบวนรถไฟจำลอง “ลานแกลอรี่” ปีนี้เสนอภาพถ่ายจากช่างภาพอิสระในหัวข้อ “มะพร้าวคือชีวิต” แบบดูไป อ่านไป คิดไป ยิ้มไป “ลานสุขภาพ” นำเสนอไลฟ์สไตล์ของคนสมัยใหม่ที่ต้องอยู่อย่างมีกึ๋น ในหัวข้อ “การบริโภคอย่างพอเพียง” “ลานพลพรรครักปลาทู” จากกลุ่มสาระในสวนและชมรมปลาทูคะนองแฟนคลับ ลานติดไม้ติดมือ จำหน่ายของที่ระลึกจากงาน โดยรายได้ส่วนหนึ่งจะนำไปช่วยผู้ประสบอุทกภัย


                                 ปลาทูนึ่ง
       
       
นอกจากนี้ยังมีลานกิจกรรมดี ๆ อีกมากมาย อาทิ ลานดนตรียามเย็น ลานหนังแกล้มเล่า ลาน 111 ปีสมุทรสงคราม ลานจดหมายเหตุเมืองแม่กลอง เป็นต้น เชิญร่วมให้กำลังใจ ในกิจกรรมการประลองปรุงอาหาร “เมนูปลาทู หนูทำได้” 
       
       
ผู้ที่สนใจมาเที่ยวงานสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ หอการค้าจังหวัดสมุทรสงคราม โทร. 0-3471-8154, 0-3471-8164 หรือ ททท. สำนักงานสมุทรสงคราม โทร. 0-3475-2847-8

                                 ปลาทูสด

   มารู้จักกับปลาทูแม่กลอง บุคลิกภาพของปลาทูแม่กลอง      
   
   คนทั้งประเทศรู้จัก “ปลาทูแม่กลอง”  ในรูปของปลาทูนึ่งในเข่งเล็ก หน้างอ คอหัก เนื้อขุ่น มัน หอม และมีรสชาติความอร่อยอันโดดเด่น เป็นที่ยอมรับว่าเป็นสุดยอดปลาทูไทยหนึ่งเดียว เช่นเดียวกับของดีแม่กลองอื่น ๆ อาทิ  ลิ้นจี่ พริก หมาก พลู และปลากัดจากบางช้าง น้ำตาลมะพร้าว น้ำตาลสด ชมพู่สาแหรก  ส้มโอขาวใหญ่  ฯลฯ
   แม่ค้าขายปลาในทุกตลาดต่างก็ร้องบอกต่อลูกค้าของตนว่า  “ปลาทูโป๊ะแม่กลอง” อันเป็นชื่อยี่ห้อ (BRAND NAME) ที่การันตีถึงคุณภาพและถิ่นกำเนิด โดยมิต้องการคำอธิบายประกอบ เหมือนเครื่องเบญจรงค์  “ปิ่นสุวรรณ” จากอัมพวา หรือสัญญลักษณ์ดาวสามแฉกของรถยนต์เมอร์ซิเดส  เบ็นซ์  จาก    เยอรมนี ปลาทูแม่กลอง มิใช่สักแต่ว่าเป็นปลาทู  ศักดิ์ศรีของปลาทูแม่กลองคือความอร่อย   มิใช่ฉายาที่จะมาหลอกลวงกันได้  หรือเข้าถึงแก่นแท้โดยรสนิยมหรือความรู้อย่างผิวเผินในระดับแมวบ้าน  มันย่อมมีเหตุปัจจัยมีที่มาที่ไป

                                 ปลาทูสดย่าง

    ปลาทูแม่กลอง ที่คนไทยต่างถิ่นรู้จักและชื่นชมนั้น มิใช่เพราะบุคลิกภาพภายนอกที่เป็นปลาทูสั้น  ท้องไม่แตก   หากเป็นปลานึ่งก็อยู่ในเข่งเล็ก  หน้างอ  คอพับ   และหากเป็นปลาทูสดตาจะดำสนิท  ผิวพรรณสีสันสดใสแวววาว แต่นี่ก็เป็นแต่บุคลิกภาพภายนอก งามภายนอก  ซึ่งก็ดีอยู่แต่ยังไม่เลิศ  ความเลิศประเสริฐนั้น  อยู่ที่ความดีงามภายใน  คือ เนื้อขุ่นมัน หอม  หวานด้วยตัวเอง
   ธรรมชาติของอ่าวแม่กลอง ปลาทูธรรมดาตัวหนึ่งจะกลายมาเป็นปลาทูแม่กลองได้  ก็ต่อเมื่อได้เข้ามาอยู่ในอ่าวแม่กลอง  ภายในแนวน้ำชนระหว่างน้ำจืดจากปากน้ำแม่กลอง ที่พุ่งออกไปปะทะกับน้ำทะเลบริเวณก้นอ่าวในรัศมีประมาณ  25  กิโลเมตรจากชายฝั่ง ซึ่งมีความลึกเฉลี่ยไม่เกิน 15 เมตร เกิดเป็นระบบนิเวศน้ำกร่อย ปากแม่น้ำที่มีตะกอนเลน มีสารอาหาร คือ แพลงตอน ไรน้ำ อุดมในทุกอณูของหยดน้ำ  ซึ่งระบบนิเวศสามน้ำหรือระบบนิเวศน้ำกร่อยนี้จะมีสารอาหารมาเติมความสมบูรณ์ให้ในช่วงน้ำหลากระหว่างเดือน  8  ถึงเดือน 11   


    แม่น้ำแม่กลองเป็นแม่น้ำที่มีตะกอนมากกว่าแม่น้ำทุกสายในประเทศไทย  ทำให้บริเวณปากแม่น้ำเกิดเป็นดินดอนชายฝั่งมากมาย  รวมทั้งดอนหอยหลอดที่มีอยู่หนึ่งเดียว  เป็นทำเลเป็นสภาพทางภูมิศาสตร์จำเพาะที่  ที่ไม่มีแห่งใดเสมอเหมือนปลาทู และสัตว์ทะเลทุกชนิดก้นอ่าวแม่กลอง   จะเปล่งศักยภาพความอร่อยขึ้นตามลำดับ ไม่ว่าปลา  กุ้ง หอย ปู  และเคยตาดำ  จากปลายเดือนกันยายนไปจนสิ้นหนาวเข้าฤดูวางไข่   (ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ไปจนถึงเดือนพฤษภาคมเป็นช่วงปลาทูวางไข่)  ปลาทูสั้นเหล่านี้มิใช่ทัวริสต์นักท่องเที่ยวหากถูกความสมบูรณ์ของอาหารที่ระบบนิเวศน้ำกร่อยปากแม่น้ำสร้างสรรค์ขึ้น  ดึงดูดให้เข้ามาไม่ว่าปลาทูเล็กหรือใหญ่  เมื่อได้เข้ามาอาศัยในก้นอ่าวแม่กลองเป็นช่วงเวลาหนึ่งแล้ว ได้ธาตุอาหารที่สมบูรณ์สุดขีดในช่วงนี้แล้ว ปลาทูสั้นเหล่านั้นก็จะเปลี่ยนสภาพเนื้อที่ใสเป็นเส้นเป็นริ้ว  ให้กลายเป็นเนื้อขุ่น มัน หอม และหวาน  
   
   วิธีการจับปลาที่ปราศจากความรุนแรง จากนั้นเครื่องมือประมงประจำที่ ที่เรียกว่า “โป๊ะ” ที่บรรพชนชาวแม่กลองผู้เข้าใจธรรมะของน้ำและลม และสัญชาตญาณของปลา ผู้คำนวณทิศทางกระแสไหลของน้ำ สภาพพื้นก้นอ่าวว่าตรงไหนเป็นดอน ตรงไหนเป็นหล่ม แล้วทำการกำหนดตำแหน่ง (การโคนโป๊ะ) ที่จะวางแนวปีกโป๊ะ ทิศทางที่ปลาทูสาว และเต็มสาวทั้งหลายได้ว่ายเลาะปีกเข้ามาให้ชาวประมงจับโดยละม่อม มิใช่ละม่อมโดยตำรวจ ทำให้สามารถจับได้โดยไม่ผิดตัว  และปราศจากความรุนแรงในการจับ  ทำให้ปลาไม่เครียด  เนื้อหวานไม่แปรเปลี่ยนด้วยเหตุปัจจัย อันมาประชุมกันโดยพร้อมเพรียงสามัคคีเช่นนี้  ปลาทูที่ได้เข้ามาพำนักอาศัยในอาณาบริเวณนี้ได้ระยะเวลาหนึ่งแล้ว จึงจะมีคุณสมบัติและรสชาติ และจึงจะใช้ชื่อและนามสกุลว่าเป็น       “ปลาทูแม่กลอง” ได้ด้วยเหตุฉะนี้

                                            ปลาทูนึ่งทอด

    วิธีการกินปลาทูแม่กลอง แม้ว่าในเทศกาลหน้าหนาวทะเลจะมีคลื่นลมจัดขึ้นเพราะลมอุกาพัดจัด (ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ)  ทำให้จับปลายากขึ้น  และราคาปลาสูงขึ้น  แต่เพื่อให้ท่านลิ้มรสปลาทูในช่วงที่อร่อยที่สุดเป็น  บุญลิ้น จังหวัดและหอการค้าจึงจำต้องจัดงานเทศกาลกินปลาทูในฤดูนี้ของทุกปี และส่วนหนึ่งของงบประมาณรายจ่ายในการจัดงาน  ก็ต้องตั้งให้เป็นค่าใช้จ่ายในการบนบานต่อเสด็จเตี่ยกรมหลวงชุมพรและอาม้า อันเป็นพระบิดาและเทพเจ้าที่เคารพนับถือของชาวประมง  ได้โปรดดลบันดาลให้คลื่นลมสงบลงบ้าง  พอให้ชาวประมง     เมืองแม่กลองได้ปันเนื้อปลามาจัดงานเทศกาลกินปลาทู  เพื่อรักษาชื่อเสียงของปลาทูแม่กลอง  และอาหารทะเลก้นอ่าวนี้ไว้ให้ลูกหลานได้ดำรงอาชีพนี้ไว้สืบไป  เราต้องตั้งอกตั้งใจถึงเพียงนี้  จึงขอให้พากันเข้าใจและขอให้กินปลาทูแม่กลองในเทศกาลหน้าหนาวทั้งตัว ทั้งหัว  ขอย้ำว่ากินทั้งตัวทั้งหัวไม่ใช่เฉพาะแต่ปลาทอด แม้ว่าเป็นปลาทูต้มก็ต้องรู้จักกินหัวด้วย โดยเคี้ยวหัวให้แหลกแล้วดูดซับความมันให้หมดจึงค่อยคาย นี่ก็คือต้องรู้ให้ครบถ้วน  รู้จักจังหวะลีลาของธรรมชาติ  รู้จักช่วงเวลาที่เหมาะสม  รู้จักวิธีจับที่สอดคล้อง  รู้จักวิธีปรุงโดยไม่ใส่เครื่องเครามากเกิน  จนไปบดบังรสชาติที่แท้จริงของเนื้อปลา  รู้จักวิธีการกินอย่างเข้าถึง ไม่ตกหล่น กินอย่างรู้คุณค่า…กินปลาทูแม่กลองให้แมวอาย…
   ปลาทูโป๊ะเป็นสุดยอดความอร่อย เมนูขวัญใจของนักชิมปลาทูนั้นก็เพราะว่าไม่ต้องผ่านการดองน้ำแข็ง ปลาท้องไม่แตก...ไม่กี่นาทีจากปากอ่าวก็วิ่งเรือเข้ามาขายในฝั่งแล้ว แต่ปลาทูธรรมดาตัวหนึ่งจะกลายมาเป็นปลาทูแม่กลองได้ก็ต่อเมื่อเข้ามาอยู่ในอ่าวแม่กลอง ภายในแนวน้ำชนระหว่างน้ำจืดจากปากแม่น้ำแม่กลองซึ่งพุ่งออกมาปะทะกับน้ำทะเลบริเวณก้นอ่าวไทยในรัศมี 25 กิโลเมตรจากชายฝั่ง มีความลึกเฉลี่ยในช่วงน้ำลงสุดตัวไม่เกิน 15 เมตร (ปัจจุบันมีการสร้างเขื่อน น้ำจืดจึงพุ่งไปไกลได้แค่ 7-8 กิโลเมตรเท่านั้น)


   บริเวณนี้เป็นระบบนิเวศน้ำกร่อยปากแม่น้ำที่มีตะกอนเลน มีสารอาหาร, แพลงตอน, ไรน้ำอุดมสมบูรณ์มาก โดยเฉพาะระหว่างเดือน 8 ถึงเดือน 11 ที่จะมีสารอาหารมาเติมความสมบูรณ์ในช่วงน้ำหลาก ในฤดูน้ำหลากนี้ ปลาทูวัยรุ่นหางเขียวที่เพิ่งหัดว่ายทวนลม หัวโต, ตัวผอม, หนังหนา, เนื้อแข็งจากปักษ์ใต้จะว่ายมารับสารอาหารและแร่ธาตุบริเวณอ่าวแม่กลอง กระทั่งโตเป็นปลาทูเต็มสาว หางเหลือง, ตัวอ้วน, สีสันสดใสสวยงาม, หนังบาง, เนื้อนุ่ม

   และนั่นแหละมันได้ชื่อและนามสกุลว่าเป็น “ปลาทูแม่กลอง” แสนอร่อยแล้ว  คนแม่กลองมีเทคนิคที่จะได้ปลาทูอร่อย ๆ มากิน ด้วยการไม่ใช้ความรุนแรงเพื่อไม่ให้ปลาทูเครียด โดยใช้เครื่องมือประมงประจำถิ่นที่เรียกว่า “โป๊ะ” นั่นเอง
เทศกาลกินปลาทูมักจะจัดกันในเดือนธันวาคม



ขอขอบคุณที่มาของภาพและบทความ:
คุณสุรจิต  ชิรเวทย์  (สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสมุทรสงคราม)


 


ชวนชิมของดี “เทศกาลลิ้นจี่ของดีสมุทรสงคราม

ชวนชิมของดี “เทศกาลลิ้นจี่ของดีสมุทรสงคราม 




   ททท.สมุทรสงคราม ชวนมาชิมลิ้นจี่ ราชินีแห่งผลไม้ของ จ.สมุทรสงคราม ในงาน “เทศกาลลิ้นจี่ของดีสมุทรสงคราม 2555” ระหว่างวันเดือน มี.ค.- เม.ย. ของทุกปี ณ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม

      นางสาวอังคณา พุ่มผกา ผู้อำนวยการสำนักงาน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสมุทรสงคราม (สมุทรสงคราม นครปฐม สมุทรสาคร) เปิดเผยว่า จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นจังหวัดเล็กๆ แต่อุดมสมบูรณ์ด้วยผลไม้นานาชนิด ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็จะพบกับผลไม้อันเลื่องชื่อ นอกจากส้มโอแล้วนั่นก็คือ ลิ้นจี่ ซึ่งถือเป็นราชินีแห่งผลไม้ของจังหวัดสมุทรสงคราม จนได้รับการยกย่องให้เป็น “ยอดลิ้นจี่” โดยเฉพาะลิ้นจี่พันธุ์ “ค่อม” ซึ่งเป็นที่นิยมกันทั่วไป มีลักษณะเด่นคือ “หนามตั้ง หนังตึง เนื้อเต่ง ร่องชาด” หมายถึง เมื่อแก่เต็มที่จะมีสีแดงเข้ม เปลือกแข็ง ตุ่มค่อนข้างแหลม เปลือกด้านในจะมีสีชมพู มีกลิ่นหอม หวาน เนื้อแห้งร่อนไม่ติดเมล็ด เนื้อสีขาวหรือขาวนวล เมล็ดเล็ก บ่าของผลกว้างสวยเป็นรูปหัวใจ รสชาติเข้มจัด หวานนำเปรี้ยวตามเล็กน้อย กลมกล่อม และเพื่อเป็นการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวและอาชีพของเกษตรกร จังหวัดสมุทรสงคราม จึงร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสงคราม ททท.สำนักงานสมุทรสงคราม หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ได้กำหนดจัดงาน “เทศกาลลิ้นจี่ของดีสมุทรสงคราม”  จะมีขึ้นในระหว่างเดือน มีนาคม- เมษายน ของทุกปี ณ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม



       
       สำหรับการจัดงานฯ ในปีนี้เปิดให้เกษตรกรชาวสวนเป็นผู้จำหน่ายลิ้นจี่โดยตรง มีสถานที่จัดงานหลักคือ บริเวณศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งมีกิจกรรมต่างๆ อาทิ การประกวดธิดาลิ้นจี่ การประกวดผลผลิตทางการเกษตร การจำหน่ายลิ้นจี่ ผลไม้ต่างๆ สินค้าธงฟ้าและสินค้า OTOP
       
       ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถที่จะเลือกซื้อ เลือกชิมได้ภายในงานนี้ หรืออาจจะแวะไปเลือกซื้อได้ที่ถนนผลไม้ตำบลแควอ้อม วัดอินทาราม วัดบางกุ้ง วัดปราโมทย์ และวัดบางเกาะเทพศักดิ์ ซึ่งมีการจัดงานเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีสวนลิ้นจี่ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเลือกซื้อ เลือกชิม และเที่ยวชมภายในสวนตลอดเดือนเมษายนได้อีกด้วย


ลิ้นจี่ ราชินีผลไม้แห่งสมุทรสงคราม
      ความอุดมสมบูรณ์ของประเทศไทย ทำให้มีผลไม้ทั่วทุกภูมิภาค ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันออกผลผลิตให้คนไทยและชาวโลกได้สัมผัสกับความอร่อยที่หลากหลายตลอดทั้งปี ไม่ซ้ำแบบกัน แต่ละพื้นที่จะมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเฉพาะตัว เช่น ที่สมุทรสงคราม ยามเข้าหน้าร้อนจะมีผลไม้พิเศษชนิดหนึ่ง ที่สร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้ท้องถิ่นด้วยรสชาติที่หวานหอม กรอบ อร่อย ทำให้ใครได้ชิมแล้วต้องติดใจ จนบอกได้ว่านี่คือ “สุดยอดลิ้นจี่ของสมุทรสงคราม”
   ถิ่นกำหนดของลิ้นจี่มาจากประเทศจีนตอนล่าง สันนิษฐานว่าลิ้นจี่เข้ามาในประเทศไทยโดยทางเรือ ตั้งแต่ช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นเรื่องที่แปลกที่ว่าลิ้นจี่เมืองไทยมีแหล่งปลูก 2 แห่ง คือ ภาคเหนือที่จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ พะเยา และอีกแห่งหนึ่งลงมาที่ภาคกลางตอนล่าง คือ จังหวัดสมุทรสงคราม ลิ้นจี่ที่ปลูกต่างพื้นที่ จะมีความแตกต่างกัน
           ลิ้นจี่เมืองสมุทรสงคราม เป็นพันธุ์ที่ติดดอกออกผลได้โดยไม่ต้องการอากาศที่หนาวเย็นมากนัก ได้แก่ พันธุ์ค่อม กะโหลก สำเภาแก้ว และสาแหรกทอง ลิ้นจี่สมุทรสงครามจะสุกประมาณเดือนเมษายน พื้นที่พิเศษของเมืองสมุทรสงคราม เมืองสามน้ำ ที่มีเพียง 3 อำเภอ แต่ในพื้นที่ 2 อำเภอ คือ อำเภออัมพวา และอำเภอบางคนที ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็จะเห็นแต่ต้นลิ้นจี่ และส้มโอ เต็มพื้นที่ประมาณ 8,600 ไร่ ให้ผลิตผลิตปีละ ประมาณ 4,000 ตัน ตามสภาพความเอื้ออำนวยของดินฟ้าอากาศ


    ด้วยสภาพพื้นดินสมุทรสงครามมีความอุดมสมบูรณ์ แบบลักจืดลักเค็ม หรือน้ำกร่อยทำให้ลิ้นจี่มีรสชาติดี โดยเฉพาะลิ้นจี่พันธุ์ค่อมเมื่อสุกเต็มที่จะมีสีแดงเข้ม เปลือกแข็ง ตุ่มค่อนข้างแหลม เปลือกด้านในจะมีสีชมพู มีกลิ่นหอม หวาน เนื้อแห้งร่อนไม่ติดเมล็ด เนื้อสีขาวหรือขาวนวล เมล็ดเล็ก บ่าของผลกว้างสวยเป็นรูปหัวใจ รสชาติเข้มจัด หวานนำเปรี้ยงตามเล็กน้อย กลมกล่อมพอดี ๆ สมกับราชินีของผลไม้ไทย
    การปลูกลิ้นจี่ต้องอาศัยประสบการณ์ ความเป็นเกษตรมืออาชีพพอสมควร เริ่มจากการเลือก กิ่งตอน ตัดตา ทาบกิ่ง ขุดหลุมปลูก ดูแลรักษา กว่าจะให้ผลผลิตได้ต้องใช้เวลา 4-5 ปี จึงจะเริ่มติดดอกออกผลให้ผลผลิตปีละครั้ง เกษตรกรต้องเฝ้าระวัง ใส่ปุ๋ย กำจัดแมลง และดูแลจนกว่าจะเปลือก "ร่องชาด" หมายถึงลิ้นจี่จะสุกเต็มที่มีสีแดงเข้าปนชมพู จึงจะเก็บผลผลิตออกสู่ตลาด

   ลิ้นจี่เป็นไม้ยืนต้น จัดอยู่ในตระกูล   Sapindaceae  เป็นไม้กึ่งเมืองหนาว   เป็นพืชตระกูลใหญ่ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า litchi chinensis และมีชื่อสามัญว่า litchi
 มีหลักฐานยืนยันได้ว่าสมุทรสงคราม เป็นลิ้นจี่ที่มาจากเมืองจีน โดยพ่อค้าชาวจีนได้นำผลลิ้นจี่เข้ามาขายหรือนำมาฝากญาติพี่น้อง ชาวจีนด้วยกันที่อาศัยอยู่ตามลุ่ม
 แม่น้ำแม่กลองและแควอ้อมในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ซึ่งในขณะนั้นแม่กลองเป็นเมืองหนึ่งที่ขึ้นอยู่มณฑลราชบุรี หรือที่ทำการของมณฑลราชบุรีในสมัยนั้น ลิ้นจี่ที่ปลูก
 ครั้งแรกพบว่ามีการปลูกกันตั้งแต่ปี พ.ศ.2340 ที่ตำบลบางสะแก อำเภอบางคนทีและที่ตำบลเหมืองใหม่อำเภออัมพวา และยังคงมีต้นลิ้นจี่ที่มีอายุถึง 200 ปี ให้เห็นในทุกวันนี้ รวมพื้นที่เพาะปลูกลิ้นจี่ทั้งสิ้น ประมาณ 5,380 ไร่พันธุ์ที่นิยมปลูกกันมากจนทำชื่อให้กับจังหวัดสมุทรสงคราม คือ พันธุ์ค่อมลำเจียกแต่ก็ยังมีพันธุ์อื่นๆด้วย เช่น กะโหลก ใบยาว จีน ไทย สำเภาแก้ว และสาแหรกทอง


สุดยอดลิ้นจี่แม่กลอง
            เป็นเวลากว่าร้อยปีที่ชาวสานลิ้นจี่แม่กลองสามารถพัฒนาสายพันธุ์สีส้ม รสชาติ จนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สร้างความโดดเด่นของตนเอง โดยเป็นความโดดเด่นในแง่ของรสชาติของลิ้นจี่พันธุ์ ค่อม  ผู้เป็นราชินีแห่งลิ้นจี่เมืองแม่กลองเมื่อเปรียบเทียบกับสายพันธุ์อื่นในภาคกลางและภาคเหนือ นอกจากนี้ โดยที่ลักษณะของต้นลิ้นจี่ของจังหวัดสมุทรสงคราม
 ไม่ค่อยสูง เป็นพุ่มแจ้ให้ผลดก จึงได้ชื่อว่า ค่อม หรือ อีค่อม
 ลักษณะเด่นของลิ้นจี่พันธุ์ค่อมสมุทรสงคราม
 1.ผลลิ้นจี่จะมีสีแดงสด ค่อนข้างกลม มีลักษณะบ่าสูง
 2.หนามตั้ง เมื่อผลลิ้นจี่แก่จัดได้ที่ หนามลิ้นจี่จะไม่แหลมสูง แต่จะมีลักษณะราบลงและ อยู่ห่างกันไม่เป็นกระจุก 3.หนังตึง ลิ้นจี่ที่แก่จัดได้ที่จะมีสีแดงสด (เข้มเหมือนสีน้ำหมาก)
 ค่อนข้างกลมไหล่ผลจะสูงลักษณะขอบเปลือกบางตึง
 4.เนื้อเต่ง เนื้อลิ้นจี่จะมีสีขาวขุ่น เนื้อหนากรอบ เนื้อแห้งไม่แฉะ มีกลิ่นหอม รสหวาน 
 5.ร่องชาด คำนี้เป็นภาษาของชาวสวนหมายถึง สีของเปลือกด้านในของลิ้นจี่เมื่อปลอกเปลือกออกแล้วจะเป็นเห็นเป็นสีชมพูตั้งแต่ขั้วผลจนถึงกลางผลจะเป็นลิ้นจี่ค่อมที่มีรสชาติ
 อร่อยที่สุด แต่ถ้าเปลือกด้านในเป็นสีชมพูทั้งผลสีแดงว่าลิ้นจี่นั้นแก่จัดเกินไป รสชาติจะอร่อยน้อยลง


   ทั้งนี้ลิ้นจี่สมุทรสงครามเมื่อจัดได้ที่ จะมีสีเข้มเกือบดำ ซึ่งเป็นไปโดยธรรมชาติของผลไม้ไม่ใช่เป็นลิ้นจี่ ที่ใกล้จะเน่าเสียแต่อย่างใด ดังนั้นหากผู้บริโภคเห็นว่าลิ้นจี่สมุทรสงคราม
 มีสีเข้มเกือบดำ โปรดอย่าเข้าใจว่าเป็นของเก่าหรือใกล้จะเน่าเสีย เพราะถึงแม้เปลือกของลิ้นจี่จะมีสีเกือบดำแต่ก็ยังรับประทานได้และมีรสชาติหวานอร่อย

 วิธีเก็บรักษาลิ้นจี่
     เมื่อซื้อลิ้นจี่มาแล้ว ให้เก็บไว้ในที่ชื้น โดยไม่ต้องมัดปากถุง เพื่อให้น้ำในถุงระเหยได้ไม่ทำให้ผลลิ้นจี่เน่า แต่หากวางลิ้นจี่ไว้ในอุณหภูมิห้อง ลิ้นจี่ถูกลมแสงประมาณ 2 ช.ม. สีผิว
 จะเปลี่ยนเป็นดำแห้งแต่รสชาติจะยังหวานอร่อยเหมือนเดิมและถ้าเก็บรักษาในตู้เย็นสามารถเก็บไว้ได้นานเป็นสัปดาห์ แต่รสชาติความหวานจะลดน้อยลง

 ถนนผลไม้เมืองสมุทรสงคราม
 1.วัดภุมรินทร์
  ตำบลสวนหลวง อำเภออัมพวา เริ่มงาน วันที่ 25 มีนาคม 2552
 2.วัดบางเกาะเทพศักดิ์
 ตำบลแควอ้อม อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เริ่มงาน วันที่ 1-30  เมษายน  2552
 3.ตลาดสมัชชาแม่กลอง
 ตำบลบางแก้ว   อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม    เริ่มงาน วันที่ 1-30  เมษายน  2552
 4.วัดอินทาราม 
 ตำบลเหมืองใหม่   อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เริ่มงาน วันที่ 1-30  เมษายน  2552
 5.วัดปราโมทย์ 
 ตำบลบ้านปราโมทย์   อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม เริ่มงาน วันที่ 1-30  เมษายน  2552
 6.ศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม  
 ตำบลแม่กลอง   อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม    เริ่มงาน วันที่ 3-15 เมษายน  2552
 7.วัดโบสถ์
 ตำบลบางกุ้ง   อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม เริ่มงาน วันที่ 5-15  เมษายน  2552
 8.วัดอัมพวันเจติยาราม
 ตำบลอัมพวา อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เริ่มงาน วันที่ 5-15  เมษายน  2552
 Tip: ถึงแม้ผิวของลิ้นจี่จะแห้งกรอบและมีสีน้ำตาลเข้ม แต่รสชาติของลิ้นจี่ค่อมสมุทรสงคราม จะยังหวานอร่อยเช่นเดิม

   สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม โทร 0-3471-1711 หรือ ททท.สำนักงานสมุทรสงคราม โทร.0-3475-2847-8 E-mail : tatsmsk@tat.or.th หรือ TAT Call Center 1672





ขอขอบคุณที่มาของภาพและบทความ:

คุณสุรจิต  ชิรเวทย์  (สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสมุทรสงคราม)
www.pyjclub.com